ใจสลาย!! “ฉันแต่งงานกับหมอสูติ” แทบรับไม่ได้ในคืนเข้าห้องหอ ผ่านไป 4 วัน เข่าแทบทรุดขอหย่าทันที!

เรากับสามีรู้จักกันผ่านการดูตัว แล้วก็แต่งงานกันในเวลาไม่นาน นับตั้งแต่รู้จักจนแต่งงานใช้เวลาแค่ประมาณ 2 เดือน ในช่วงนี้เราสองคนไม่เคยมีอะไรกันเลย เพราะเราอยู่กับพ่อแม่ เขาก็อยู่กับพ่อแม่เขา

จริงๆแล้วเราเป็นผู้หญิงที่ดูโอเคเลย สูง 168 หน้ากลางๆค่อนไปทางดี ก็เลยเลือกเยอะ เลือกไปเลือกมาปีนี้ก็ 29 แล้ว อีกพริบตาเดียวก็จะ 30

แม่เราว่า ผู้หญิงถ้าเลย 30 ไปแล้วก็ขายไม่ออกแล้ว เพราะงั้นปีที่อายุ 29 เราก็เลยไปดูตัวเยอะมาก จนกระทั่งได้เจอเขา เราก็เลยตกหลุมรักเขาได้อย่างง่ายดาย เขาอายุเท่าเรา แต่สังคมเขาแคบมาก บวกกับอาชีพเขาค่อนข้างพิเศษ เขาเป็นหมอสูติ ก็เลยไม่เคยเจอคนที่ใช่

ก่อนแต่ง เราก็คุยโทรศัพท์กันธรรมดา บางทีก็รอเขาเลิกงานแล้วเราก็ไปกินข้าว หรือไปดูหนังด้วยกัน เพราะว่าเขาหน้าตาใช้ได้ แม้ว่าจะพูดไม่เก่ง แต่เขาเอาใจใส่ ไม่นานก็ทำให้เราหัวใจสั่นคลอน แล้วเราก็รักเขาในที่สุด

งานแต่งเราโรแมนติกมาก มีคนมาอวยพรมากมาย เรารู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก รู้สึกว่าตัวเองโชคดี แต่คืนเข้าหอ เขากลับกลายเป็นคนเย็นชา ตอนแรกเรานึกว่ามันจะเป็นคืนที่แสนหวานชื่น สุดโรแมนติก ยากจะลืมเลือน แต่เค้ากลับเฉยชาใส่เรา จนเราไปไม่เป็น

เราถามเขา ไม่สนใจในตัวเราเลยหรอ? เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะตอบว่า : วันนี้ผมเหนื่อย ไม่รู้สึกอยากทำอะไรคุณเลย ปกติเวลาทำงาน ผมเห็นมาเยอะมาก เรื่องนี้ผมขอเลย อย่ามาบังคับผม โอเคมั้ย? เราไม่เคยคิดเลยจริงๆว่าเขาจะกลายเป็นแบบนี้

แล้วก่อนหน้านี้เค้ามาเดทกับเรา มาจีบเราทำไม? เขาก็เลยอธิบายว่า : ที่บ้านอยากให้แต่ง ไม่แต่งไม่ได้ คำตอบของเขาทิ่มแทงจิตใจของเรามาก เราเป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งในเกมส์ของครอบครัวเขาเท่านั้นเอง

คืนเข้าหอ เราต่างคนต่างนอน เราร้องไห้แบบไม่มีน้ำตา เราเกลียดเขา วันต่อมาเขาดูทีวีจนเที่ยงคืน จากนั้นก็ขึ้นมานอนเล่นมือถือบนเตียงนานมาก โดยที่ไม่แตะต้องเราเลย คืนนั้นใจของเราตายด้าน เราปลงตก เขาคงไม่ได้รักเราเลยจริงๆ เราคิดว่าจะหย่าไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

เราเกลียดเขา เกลียดตัวเองที่ตัดสินใจแต่งงานกับเขาเร็วเกินไป เราอยากทะเลาะกับเขา แต่ทะเลาะไปแล้วได้อะไรขึ้นมา ตอนนี้เราก็ได้แต่ภาวนาให้เขารักเราบ้าง

เรารู้สึกเหมือนทุกอย่างพังทลาย เราเกลียดตัวเอง ที่ไม่ดูแลตัวเองให้ดี หลังแต่งงานวันที่ 4 พวกเราก็ไปหย่ากัน ตั้งแต่วันที่ออกมาจากบ้านเขา เรารู้สึกดีขึ้นมาก รู้สึกผ่อนคลาย เราว่านะ ถึงแม้จะไม่มีผู้ชายรักเรา แต่เราก็รักตัวเองได้ เราดูแลตัวเราเองไปได้ตลอดชีวิต

ผู้หญิงทั้งหลาย อย่ารีบร้อนที่จะแต่งงาน เพราะคุณอาจจะเจอคนที่ไม่ใช่ อย่าแต่งเพราะต้องแต่ง เพราะคนที่จะเจ็บปวดต่อมา ก็คือตัวคุณเอง อย่าแต่งเพราะพ่อแม่บอกให้แต่ง เพราะคุณอาจแต่งไปกับคนที่ไม่ได้รักคุณเลย….

หลังจากนั้นประมาณ 3 เดือน เราก็ได้ข่าวว่าเขาไปดูตัวอีกแล้ว แต่ก็เหมือนว่าจะหาคนอย่างที่อยากได้ไม่ได้ ตอนนี้เขาเริ่มติดต่อเรากลับมาอีก มาขอโทษ ซื้อดอกไม้มาให้ ซื้อของขวัญให้… เขาอยากกลับมาคืนดี ครั้งนี้ เราปฏิเสธเขาไปอย่างกล้าหาญ แต่แม่เราคิดว่าถ้าเขาเปลี่ยนตัวเองได้จริงๆ เราก็ควรให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง

แต่เราว่าเราทำถูกแล้ว ไม่ใช่หรอ?

ที่มา : saraknews.net