แมกโนเลียผุดโปรเจ็กต์ยักษ์เฉียดแสนล้าน “ฟลอเรสเทียร์” มิกซ์ยูสต้นแบบแห่งเอเชีย!!

นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (เอ็มคิวดีซี) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของทายาทตระกูลเจียรวนนท์ (ซีพี) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดแผนพัฒนาโครงการเดอะ ฟอเรสเทียร์ บนที่ดิน 300 ไร่ บริเวณบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 7 ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสต้นแบบ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 9 หมื่นล้านบาท รองรับกลุ่มเป้าหมายคนไทยและต่างชาติ บางส่วนประมาณ 20-30% โดยโครงการนี้จะเป็นต้นแบบสำหรับขยายไปยังทำเลที่มีศักยภาพในไทย และต่างประเทศในภูมิภาคเอเชียต่อไป

ทั้งนี้ ภายในโครงการนอกจากมีพื้นที่ปลูกป่าที่มีความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ต่างๆ เพื่อให้เกิดระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติสำหรับสันทนาการและการอยู่อาศัยเพื่อความยั่งยืนแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของเมดิคัล เซ็นเตอร์ ศูนย์การแพทย์ และโรงเรียนอนุบาล ซึ่งจะเป็นการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ โดยรายละเอียดจะทยอยเปิดเผยต่อไป

ในโครงการยังมีพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมดประมาณ 6 แสนตร.ม. ประกอบไปด้วยอาคารมิกซ์ยูส ซึ่งผสมผสานทั้งพื้นที่สำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก อาคารนวัตกรรม ตลอดจนมีโซนทาวน์ เซ็นเตอร์ เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ร้านดอกไม้และวอล์คกิ้งสตรีท มีโรงแรม ระดับ 4 ดาว สำหรับรองรับผู้มารักษาพยาบาล

นอกจากนี้ ยังมีที่พักอาศัย โครงการวิสซ์ดอม คอนโดมิเนียม สำหรับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ โครงการดิ แอสเพน ทรี เรสซิเดนซ์ ซีเนียร์ ลีฟวิ่ง เป็นบ้านและคอนโดลักษณะสกาย วิลล่า สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุ รวมถึงโครงการมัลเบอร์รี่ โกลฟ เรสซิเดนซ์ บ้านพักอาศัย และโรงแรมบูทีค 6 ดาว

นายกิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทใช้เวลาในการศึกษาความต้องการของตลาดมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ก่อนที่มีความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มาร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์การอยู่อาศัยภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีความสุข

นับเป็นโมเดลแรกของโลก ประกอบด้วย Foster + Partners ที่ปรึกษาการออกแบบวางผังและงานสถาปัตยกรรม EEC Engineering Network ร่วมวิจัยและพัฒนางานระบบอาคาร ตามแนวทางของบริษัทที่ยึดหลักนวัตกรรมความยั่งยืน โดยมี Atelier Ten ร่วมทำวิจัย ศึกษาและวางแผนการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมไปถึงระบบนิเวศให้มีความสมดุลและยั่งยืน โดยการใช้นวัตกรรมต่างๆ รวมถึงเป็นผู้ตรวจสอบและควบคุมการออกแบบและการก่อสร้างเพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาโครงการชั้นนำของโลก

นอกจากนี้ ยังมี ITEC Entertainment ซึ่งเป็นผู้พัฒนาสวนสนุกระดับโลกอย่างดีสนีย์แลนด์ จะเป็นผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์และสันทนาการที่จะเกิดขึ้นภายในโครงการ และ Six Senses ที่จะร่วมบริหารและให้บริการ ด้านการบริหารโรงแรมและที่อยู่อาศัย โดยโครงการจะเริ่มงานก่อสร้างในปี 2561 และจะแล้วเสร็จภายในปี 2565

ที่มา : ข่าวสด